วัสดุที่ใช้เป็นอาหารเพาะ เห็ดหอม ได้แก่ ขี้เลื้อยไม้ยางพารา
ขี้เลื่อยไม้มะขาม ขี้เลื้อยไม้เบญจพรรณ หมักขี้เลื้อยไม้ฉำฉา ชานอ้อยใหม่
โดยวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ คือ เชื้อเห็ดหอม , ถุงพลาสติกร้อนขนาด 7″ x 11″ -9″ x 15″ , คอพลาสติก
ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-1.5 ” สำลี ยางรัด , ถังนึ่งไม่อัดความดัน
หรือหม้อนึ่งความดัน พร้อมอุปกรณ์ให้ความร้อนในการนึ่งฆ่าเชื้อ
และโรงเรือนหรือสถานที่บ่มเส้นใยและเปิดออก
การเตรียมอาหารเพาะ สูตรที่ 1
ขี้เลื้อยแห้ง 100 กิโลกรัม รำ 3-5
กิโลกรัม น้ำตาลทราย 2-3 กิโลกรัม ยิบซัม (แคลเซียมซัลเฟต) 0.5
กิโลกรัม ดีเกลือ 0.2 กิโลกรัม น้ำ ปรับความชื้น 0.2
กิโลกรัม สูตรที่ 2 ขี้เลื้อยไม้เบญจพรรณ 100
กิโลกรัม แอมโมเนียมซัลเฟต 1 กิโลกรัม ปูนขาว 1
กิโลกรัม หมักกับน้ำ 55-65 กิโลกรัม นานประมาณ 2-3
เดือน ผสมรำ 5 กิโลกรัม น้ำตาลทราย 2
กิโลกรัม ปรับความชื้น 55-65 เปอร์เซ็นต์ สูตรที่ 3
ชานอ้อย 100 กิโลกรัม หมักกับน้ำ 1
คืน ผสมปูนขาว 1 กิโลกรัม หมัก 1
คืน ผสมแอมโมเนียมซัลเฟต 2 ส่วน โดยน้ำหมักแห้ง ผสมรำ 2
ส่วน โดยน้ำหนักแห้ง ปรับความชื้น 55-65 เปอร์เซ็นต์ สูตรที่ 4
ชานอ้อย ผสมน้ำ ปรับความชื้น 55-65 เปอร์เซ็นต์ ส่วนวิธีการเพาะทำโดย
ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน บรรจุใส่ถุงพลาสติกทนร้อน ปิดจุกสำลี
ปิดทับด้วยกระดาษหรือฝาครอบกันไอน้ำ นำไปนึ่งฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งความดัน
หรือหม้อนึ่งไม่มีความดัน อุณหภูมิ 90-1000 ซ. เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 4
ชั่วโมง ทิ้งให้เย็น นำถุงวัสดุไปใส่เชื้อเห็ด โดยใช้เชื้อเห็ดที่เจริญเมล็ดธัญพืช
(ซึ่งนิยมใช้เมล็ดข้าวฟ่าง) การใส่เชื้อควรจะกระทำในบริเวณที่สะอาดมิดชิด
เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้ออื่นๆ เช่นเดียวกับวิธีการเพาะเห็ดถุงทั่วๆ ไป
และนำไปบ่มเส้นใย โดยการบ่มเส้นใยนั้น
การบ่มเส้นใยเห็ดหอมที่ดีที่สุดควรเก็บไว้ในที่ๆ มีอุณหภูมิประมาณ 25
องศาเซลเซียส สม่ำเสมอ อากาศถ่ายเทได้จนเส้นใยเริ่มตัวกัน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3
– 4 เดือน ในปริมาณ อาหาร 800-1,000
กรัม และเริ่มสร้างตุ่มดอก ในบางสายพันธุ์ผิวของก้อนเชื้อจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลโดยเฉพาะส่วนที่ถูกแสง
และการทำให้เกิดดอกทำโดยถอดจุกสำลีและคอขวด หรือตัดปากถุงพลาสติก
วางก้อนเชื้อในโรงเรือน
การดูแลรักษาเห็ดหอมนั้นต้องรักษาความชื้นสัมพัทธ์ภายในโรงเรือนประมาณ 80-90
% (ตั้งแต่เริ่มเปิดถุงจนเกิดตุ่มดอก)
และเมื่อดอกเห็ดเจริญเริ่มเห็นหมวกเห็ดให้รักษาความชื้นสัมพัทธ์ภายในโรงเรือน
ประมาณ 60-70 % ถ้าความชื้นสัมพัทธ์สูงมากทำให้ก้านใหญ่
อุณหภูมิที่แปรปรวนระหว่างให้ผลผลิตจะช่วยกระตุ้นการเกิดดอกเห็ด
แต่ไม่ควรให้มีช่วงอุณหภูมิสูงเกินกว่า 28 องศาเซลเซียส เป็นเวลานานติดต่อกัน
ซึ่งระหว่างดอกเห็ดเจริญต้องการการถ่ายเทอากาศที่ดี
ถ้ามีการสะสมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในโรงเรือนมาก จะทำให้เห็ดมีก้านยาว หมวกเล็ก
การมีแสงพอสมควรจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดดอก
สามารถใช้วิธีการกระตุ้นก้อนเชื้อด้วยน้ำเย็นอุณหภูมิ 10-150
องศาเซลเซียส ก่อนการเปิดถุงให้ออกดอก
และหลังจากการพักก้อนเชื้อในระยะระหว่างเก็บดอกเห็ดแต่ละรุ่น ซึ่งทำได้ดังนี้
วิธีที่ 1 แช่ก้อนเชื้อในน้ำเย็น เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 2
ชั่วโมง แล้วเปิดปากถุงหรือแกะพลาสติกออกนำไปวางในโรงเรือนเกิดดอก วิธีที่ 2
เปิดปากถุงและให้น้ำในก้อนเชื้อที่วางในโรงเรือน ทิ้งไว้ประมาณ 24
ชั่วโมง จึงเทน้ำออก วิธีที่ 3
ตัดปากถุงและคว่ำก้อนเชื้อฟองน้ำเปียกเป็นเวลา 24-36
ชั่วโมง
ส่วนการดูแลรักษาระหว่างให้ผลผลิตนั้นต้องรักษาอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ภายในโรงเรือนตามความต้องการของเห็ดในแต่ละขั้นตอน
หลังจากเก็บดอกเห็ดในแต่ละรุ่น ก้อนเชื้อเห็ดพักตัวประมาณ 15-30
วัน ระหว่างนี้รักษาอุณหภูมิภายในโรงเรือนไม่เกิน 25
องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 60-70 % ไม่ให้ก้อนเชื้อถูกน้ำโดยตรงมีการถ่ายเทอากาศดี
เมื่อต้องการกระตุ้นให้เกิดดอกจึงให้ความชื้นที่ก้อนเชื้อ หรือใช้วิธีกระตุ้นด้วยน้ำเย็น
แต่ไม่ให้มีน้ำขังในถุง ระหว่างเก็บผลผลิต
ควรฉีดพ่นภายในโรงเรือนด้วยสารละลายคลอรีน อัตรา 200
พีพีเอ็ม (0.02 %) เป็นระยะๆ เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าทำลาย
การเก็บผลผลิต
ควรเก็บดอกเห็ดในขณะที่หมวกยังไม่บานเต็มที่
ถ้าเก็บสำหรับแห้งควรเก็บเมื่อหมวกบานประมาณ 60 % หรือเมื่อเยื่อที่ยึดหมวกและก้านเริ่มขาดออกตัดก้านให้เหลือไม่เกิน
1 เซนติเมตร ถ้าเก็บเพื่อบริโภคดอกสด
อาจจะให้หมวกบาน 70-80 % แต่ไม่ควรบานเต็มที่
ไม่ควรให้ดอกเห็ดถูกน้ำแฉะจะทำให้เน่าเสียเร็ว ตัดก้านให้เหลือประมาณไม่เกิน 0.5
นิ้ว การเพาะจะได้ผลผลิตมากรหรือน้อยขึ้นกับปัจจัยที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่างๆ
มีความสำคัญมากต่อการให้ผลผลิต การดูแลรักษาที่ถูกวิธีจะทำให้เก็บผลผลิตได้นาน
การเพาะเห็ดหอมในสภาพที่ไม่มีการควบคุมอุณหภูมิ ควรทำก้อนเชื้อขนาดเล็ก
ซึ่งเส้นใยเห็ดเจริญเต็มอาหารเพาะได้ในเวลาสั้น การปนเปื้อนจะมีน้อยลง
และถ้าต้องการให้ได้ดอกเห็ดที่มีขนาดใหญ่ควรบังคับให้ก้อนเชื้อสัมผัสอากาศ
เฉพาะบางส่วนเท่านั้น มิฉะนั้นจะมีดอกเห็ดเกิดมากและมีขนาดเล็ก
ส่วนการเก็บรักษาผลผลิตดอกเห็ดสดหากไม่ใช้บริโภคทันที
ควรเก็บในภาชนะที่มีอากาศผ่านได้ และวางดอกเห็ดซ้อนกันไม่มากเกินไป
หรือใส่ในถุงพลาสติก ปิดและเก็บในห้องเย็นอุณหภูมิ 0-20 ซ.
ความชื้นสัมพัทธ์ 85-95 % ภายในเวลาไม่เกิน 5
ชั่วโมง ภายหลังการเก็บดอกเห็ด